ฉลากอาหารเสริมควรมีอะไรบ้าง? คู่มือออกแบบฉลากให้ถูกกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือ

ธุรกิจอาหารเสริมเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน คอลลาเจน โปรตีน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ นอกจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคเห็นก่อนตัดสินใจซื้อก็คือ ฉลากอาหารเสริม
ฉลากไม่ได้เป็นเพียงสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนกระปุก ขวด หรือกล่องสินค้า แต่ทำหน้าที่ทั้งแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ สื่อสารแบรนด์ และช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบรายละเอียดก่อนซื้อ ดังนั้นการออกแบบฉลากอาหารเสริมจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงาม ความชัดเจนของข้อมูล วัสดุ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหาร
บทความนี้จะอธิบายว่า ฉลากอาหารเสริมควรมีอะไรบ้าง ควรเลือกวัสดุแบบไหน ขนาดฉลากควรพิจารณาจากอะไร และออกแบบอย่างไรให้ดูน่าเชื่อถือ โดยเจ้าของแบรนด์สามารถอ่านพื้นฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง ฉลากสินค้าและสติ๊กเกอร์ ก่อนเริ่มออกแบบได้
หัวข้อ
ฉลากอาหารเสริมคืออะไร?
ฉลากอาหารเสริม คือฉลากที่ใช้แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ เช่น กระปุก ขวด ซอง หรือกล่อง โดยอาจผลิตในรูปแบบสติ๊กเกอร์ PP สติ๊กเกอร์ใส หรือวัสดุชนิดอื่นตามลักษณะบรรจุภัณฑ์
หน้าที่สำคัญของฉลากคือช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร มีรายละเอียดอย่างไร และสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ ขณะเดียวกันฉลากยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับแสดงชื่อแบรนด์ โลโก้ สี และองค์ประกอบด้านการออกแบบเพื่อสร้างการจดจำสินค้า
อย่างไรก็ตาม ฉลากอาหารเสริมไม่ควรออกแบบโดยพิจารณาเฉพาะความสวยงาม เจ้าของผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบข้อความและรายละเอียดบนฉลากให้ตรงกับข้อมูลที่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำไปผลิตจริง
ทำไมฉลากอาหารเสริมจึงสำคัญ?
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกี่ยวข้องกับการบริโภค ผู้ซื้อจึงมักพิจารณารายละเอียดบนฉลากมากกว่าสินค้าทั่วไป เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ ปริมาณ วิธีบริโภค เลขสารบบอาหาร ผู้ผลิต และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น
เมื่อข้อมูลถูกจัดลำดับอย่างชัดเจน ตัวอักษรอ่านง่าย และงานพิมพ์คมชัด ผู้บริโภคก็สามารถตรวจสอบสินค้าได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้บรรจุภัณฑ์ดูเป็นมืออาชีพมากกว่าการใส่ข้อมูลจำนวนมากโดยไม่มีลำดับการอ่าน
นอกจากด้านข้อมูลแล้ว โลโก้ สี ฟอนต์ รูปแบบไดคัท และพื้นผิวของฉลากยังช่วยสร้าง Brand Identity ให้สินค้าหลายสูตรอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เดียวกัน ซึ่งมีประโยชน์เมื่อแบรนด์ต้องการขยายไลน์สินค้าในอนาคต
ฉลากอาหารเสริมควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?
ข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องจัดทำให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรใช้รายการด้านล่างแทนการตรวจข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่สามารถใช้เป็น Checklist เบื้องต้นก่อนส่งไฟล์ให้ผู้ออกแบบหรือโรงพิมพ์ได้
ชื่อผลิตภัณฑ์
ควรใช้ชื่อให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรปรับข้อความบนฉลากเองจนมีความหมายแตกต่างจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาต
ชื่อหรือตราสินค้า
ควรวางในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย แต่ไม่ควรทำให้ข้อมูลสำคัญอื่นถูกลดความชัดเจน โลโก้ที่ใช้ควรเป็นไฟล์คุณภาพสูงเพื่อป้องกันปัญหาภาพแตกเมื่อพิมพ์
เลขสารบบอาหาร
ผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในระบบอนุญาตของ อย. ใช้เลขสารบบอาหาร 13 หลักตามรูปแบบที่กำหนด จึงควรตรวจสอบเลขและรูปแบบการแสดงให้ตรงกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ สามารถศึกษารายละเอียดได้จาก กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ปริมาณสุทธิ
ควรแสดงปริมาณตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น จำนวนแคปซูล จำนวนเม็ด หรือน้ำหนักสุทธิ และตรวจสอบหน่วยที่ใช้ให้ถูกต้องก่อนพิมพ์
ส่วนประกอบหรือส่วนประกอบสำคัญ
ต้องใช้ข้อมูลที่ตรงกับสูตรและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนปริมาณเพื่อจุดประสงค์ด้านการตลาดโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อน
วิธีบริโภค
ควรเขียนให้ชัด อ่านง่าย และตรงกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจวิธีบริโภคได้โดยไม่ต้องตีความจากข้อความโฆษณาอื่นบนบรรจุภัณฑ์
ข้อความคำเตือนหรือข้อความบังคับ
ผลิตภัณฑ์บางประเภทหรือบางสูตรอาจมีข้อความที่ต้องแสดงเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบเอกสารอนุญาตและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนสรุป Artwork เพื่อป้องกันการต้องแก้ไฟล์หลังผลิต
คำแนะนำในการเก็บรักษา
หากมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุณหภูมิ แสง ความชื้น หรือการปิดบรรจุภัณฑ์ ควรจัดข้อความให้มองเห็นและอ่านได้ง่าย
ข้อมูลผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้เกี่ยวข้อง
ใช้ข้อมูลให้ตรงตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งชื่อและสถานที่ ไม่ควรใช้ข้อมูลตัวอย่างจาก Template โดยไม่ได้ตรวจสอบ
วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน
ควรวางตำแหน่งสำหรับพิมพ์วันที่และเลข Lot ให้เหมาะกับขั้นตอนการผลิตจริง โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องยิง Inkjet หรือพิมพ์วันที่หลังจากผลิตฉลากแล้ว
| ข้อมูลที่ควรเตรียม | สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนส่งพิมพ์ |
|---|---|
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | ตรงกับข้อมูลผลิตภัณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง |
| เลขสารบบอาหาร | ตัวเลขและรูปแบบถูกต้อง |
| ส่วนประกอบ | ข้อความและปริมาณตรงกับสูตร |
| วิธีบริโภค | อ่านง่ายและใช้ข้อความที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว |
| คำเตือน | ตรวจว่าผลิตภัณฑ์มีข้อความบังคับหรือไม่ |
| ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ชื่อและที่อยู่ถูกต้อง |
| วันผลิต/หมดอายุ/Lot | มีพื้นที่สำหรับพิมพ์จริงเพียงพอ |
หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับเตรียมงานออกแบบ ไม่ใช่รายการข้อกฎหมายที่ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ทุกสูตร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเอกสารอนุญาตของผลิตภัณฑ์ก่อนผลิตฉลากจริง
ฉลากอาหารเสริมควรใช้วัสดุอะไร?
วัสดุของฉลากมีผลต่อทั้งภาพลักษณ์ การยึดเกาะ และความทนทาน การเลือกวัสดุจึงควรดูร่วมกันระหว่างชนิดบรรจุภัณฑ์ พื้นผิว ความโค้ง ความชื้น วิธีเก็บสินค้า ระยะเวลาการใช้งาน และงบประมาณ ไม่ควรเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียว
หากยังไม่แน่ใจว่าวัสดุชนิดใดเหมาะกับงาน สามารถดูภาพรวมได้จากบทความ สติ๊กเกอร์มีกี่ประเภท? ซึ่งเปรียบเทียบวัสดุสำหรับงานฉลากหลายประเภท
1. สติ๊กเกอร์ PP
สติ๊กเกอร์ PP เป็นวัสดุที่นิยมใช้กับฉลากสินค้า เพราะผิวเรียบ ทนความชื้น และสามารถผลิตได้ทั้งผิวด้านและผิวเงา เหมาะกับกระปุกอาหารเสริม ขวดวิตามิน และบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการภาพลักษณ์สะอาดเป็นระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณากาวร่วมกับพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ด้วย เพราะ PP ที่ใช้กาวคนละชนิดอาจให้ผลการยึดติดแตกต่างกัน หากกำลังเปรียบเทียบวัสดุ สามารถอ่าน สติ๊กเกอร์ PP กับ PVC ต่างกันอย่างไร เพิ่มเติมได้
2. สติ๊กเกอร์ใส
สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการโชว์สีหรือพื้นผิวเดิมของขวดและกระปุก ช่วยสร้างภาพลักษณ์แบบ Clean, Minimal และ Premium ได้ดี โดยเฉพาะขวดใสหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสวยอยู่แล้ว
สิ่งที่ควรระวังคือสีพิมพ์บนวัสดุใสอาจได้รับอิทธิพลจากสีของพื้นหลัง หากต้องการตัวอักษรหรือสีบางส่วนให้ทึบชัด อาจต้องพิจารณาการพิมพ์หมึกขาวรองพื้น สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับงานอะไร?
3. สติ๊กเกอร์เงินเงา
สติ๊กเกอร์เงินหรือวัสดุ Metallic ช่วยสร้างเอฟเฟกต์สะท้อนแสงและทำให้บางส่วนของฉลากโดดเด่น เหมาะกับงานที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัยหรือพรีเมียม แต่ควรทดลองสีจริง เพราะสีที่พิมพ์บนพื้นเงินอาจให้ผลต่างจากการพิมพ์บนพื้นขาว
4. สติ๊กเกอร์ทอง
งานสีทองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใช้วัสดุพื้นทอง งานฟอยล์ หรือเทคนิคพิมพ์ที่สร้างเอฟเฟกต์คล้ายโลหะ แต่ละวิธีให้ความเงา รายละเอียด และต้นทุนต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับจำนวนผลิตและระดับภาพลักษณ์ของสินค้า
หากสินค้าใช้แพ็กเกจสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม หรือเขียวเข้ม การใช้รายละเอียดสีทองบางจุดสามารถสร้าง Contrast ได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทองเต็มพื้นที่ ซึ่งช่วยควบคุมต้นทุนและทำให้ฉลากอ่านง่ายกว่า
สีอะไรเหมาะกับฉลากอาหารเสริม?
ไม่มีสีใดที่เหมาะกับอาหารเสริมทุกประเภท การเลือกสีควรเริ่มจาก Brand Identity กลุ่มลูกค้า สีของบรรจุภัณฑ์ และจำนวนสูตรสินค้าที่แบรนด์ต้องการทำ เพราะหากมีหลายสูตร ควรวางระบบสีให้ผู้บริโภคแยกแต่ละรุ่นได้ง่าย
สีขาว
เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาด เรียบ และอ่านง่าย สามารถจับคู่กับสีแบรนด์ได้หลากหลาย
สีเขียว
นิยมใช้กับภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ พืช หรือ Botanical แต่ข้อความและภาพที่ใช้ประกอบควรสอดคล้องกับข้อมูลจริงของผลิตภัณฑ์
สีทอง
เหมาะสำหรับใช้เป็น Accent เพื่อเพิ่มความพรีเมียม โดยเฉพาะเมื่อนำมาจับคู่กับสีขาว ดำ น้ำเงิน หรือสีเข้ม
สีน้ำเงิน
ใช้งานได้ดีกับดีไซน์ที่ต้องการความเป็นระเบียบ ทันสมัย หรือมีภาพลักษณ์เชิงเทคนิค
สีดำ
เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการ Contrast สูงและภาพลักษณ์พรีเมียม แต่ควรระวังข้อความขนาดเล็กและงานพิมพ์สีเข้มบริเวณพื้นที่กว้าง
ฉลากอาหารเสริมแบบไหนช่วยเพิ่มยอดขาย?
ฉลากเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันยอดขาย แต่ฉลากที่ออกแบบดีสามารถช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจสินค้าเร็วขึ้นและลดความสับสนเมื่อเปรียบเทียบสินค้าหลายรายการ สิ่งสำคัญคือการจัดลำดับข้อมูลหรือ Visual Hierarchy ให้ชัดเจน
ด้านหน้าฉลากควรบอกได้ภายในเวลาไม่นานว่าสินค้าคืออะไร แบรนด์อะไร และเป็นสูตรใด ส่วนรายละเอียดที่ยาวกว่า เช่น ส่วนประกอบ วิธีบริโภค และข้อมูลผู้ผลิต สามารถจัดไว้ในด้านหลังหรือด้านข้างตามรูปทรงบรรจุภัณฑ์
หลีกเลี่ยงการใส่ข้อความขายจำนวนมากจนบดบังข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับคุณประโยชน์หรือสรรพคุณ ควรตรวจสอบว่าข้อความที่ใช้สามารถแสดงได้และตรงกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนนำขึ้น Artwork
อีกองค์ประกอบที่มองข้ามไม่ได้คือคุณภาพไฟล์ หากโลโก้ ภาพ หรือข้อความมีความละเอียดไม่เพียงพอ งานที่เห็นสวยบนหน้าจออาจแตกหรือไม่คมเมื่อพิมพ์จริง สามารถดูวิธีตรวจไฟล์ได้ที่ รูปความละเอียดเท่าไรถึงพิมพ์ได้?
ขนาดฉลากอาหารเสริมยอดนิยม
ฉลากอาหารเสริมไม่มีขนาดมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้กับกระปุกทุกแบบ แม้จะเป็นกระปุก 30 หรือ 60 เม็ดเหมือนกัน แต่เส้นผ่านศูนย์กลาง ความสูง ช่วงโค้ง ฝา และพื้นที่ติดฉลากอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
วิธีที่แม่นยำกว่าการเลือกจากจำนวนเม็ดคือ วัดบรรจุภัณฑ์จริงก่อนออกแบบ โดยวัดความสูงของพื้นที่ติดฉลากและเส้นรอบวง แล้วกำหนดระยะเผื่อสำหรับรอยต่อของฉลากให้เหมาะสม
สำหรับฉลากพันรอบกระปุก ไม่ควรให้ความยาวเท่ากับเส้นรอบวงโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาว่าต้องการเว้นช่องหรือซ้อนปลายฉลาก รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่โค้งบริเวณไหล่หรือก้นภาชนะซึ่งอาจทำให้ฉลากย่น
หากเป็นกล่องอาหารเสริม ควรใช้ Dieline ของกล่องจริงในการออกแบบ เพื่อกำหนดด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ตำแหน่งพับ และ Safe Zone ให้ถูกต้องก่อนส่งผลิต
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบฉลากอาหารเสริม
1. เริ่มออกแบบก่อนข้อมูลผลิตภัณฑ์นิ่ง
หากชื่อ ส่วนประกอบ วิธีบริโภค หรือข้อมูลอนุญาตยังมีการแก้ไข การเริ่ม Artwork เร็วเกินไปอาจทำให้ต้องแก้งานหลายรอบและเสี่ยงต่อการนำไฟล์เวอร์ชันเก่าไปผลิต
2. ตัวหนังสือแน่นหรือเล็กเกินไป
ฉลากมีพื้นที่จำกัด แต่ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการลด Font Size จนอ่านลำบาก ควรปรับขนาดฉลากหรือจัดลำดับข้อมูลใหม่แทน
3. ใช้สีและฟอนต์มากเกินไป
สีและฟอนต์จำนวนมากทำให้ลำดับการอ่านไม่ชัด ควรสร้างระบบ Typography และ Color Palette ที่ใช้ร่วมกันทั้งแบรนด์
4. ใช้ภาพหรือโลโก้ความละเอียดต่ำ
ภาพที่ดึงมาจาก Social Media หรือ Screenshot มักไม่เหมาะสำหรับพิมพ์ขนาดจริง โดยเฉพาะโลโก้ควรใช้ไฟล์ Vector หากมี
5. เลือกวัสดุโดยไม่ทดสอบกับบรรจุภัณฑ์
กาวชนิดเดียวกันอาจยึดกับกระจก PET, PE, PP หรือพื้นผิวเคลือบได้ไม่เหมือนกัน หากเป็นงานจำนวนมากควรทดสอบตัวอย่างก่อนผลิตจริง
6. ใช้ข้อความทางการตลาดโดยไม่ได้ตรวจสอบ
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรตรวจสอบข้อความบนฉลากและโฆษณาให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและข้อมูลที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรใช้คำที่อาจทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถบำบัด รักษา หรือป้องกันโรคโดยไม่มีฐานรองรับ
ราคาทำฉลากอาหารเสริมเท่าไร?
ราคาผลิตฉลากอาหารเสริมไม่สามารถประเมินจากขนาดเพียงอย่างเดียว เพราะขึ้นอยู่กับวัสดุ ขนาด จำนวนดวง จำนวนแบบ รูปทรงไดคัท ระบบพิมพ์ งานเคลือบ และเทคนิคพิเศษ เช่น ฟอยล์หรือหมึกขาว
งานจำนวนน้อยมักเหมาะกับระบบ Digital Print ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสามารถทำหลายแบบได้ง่าย ส่วนจำนวนมากอาจมีตัวเลือกระบบผลิตอื่นที่ช่วยลดต้นทุนต่อดวง แต่ต้องพิจารณาค่าตั้งงานและจำนวนขั้นต่ำด้วย
วัสดุหรือเทคนิคพิเศษ เช่น สติ๊กเกอร์ใสพิมพ์หมึกขาว วัสดุ Metallic ฟอยล์ เคลือบพิเศษ หรือไดคัทรูปทรงซับซ้อน มักมีต้นทุนสูงกว่างาน PP มาตรฐาน
ก่อนขอใบเสนอราคา ควรเตรียมอย่างน้อย 4 ข้อมูล ได้แก่ ขนาดฉลาก วัสดุ จำนวน และจำนวนแบบ เพื่อให้โรงพิมพ์ประเมินราคาได้ใกล้เคียงงานจริงมากขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร? และ ราคาพิมพ์สติ๊กเกอร์คิดอย่างไร?
สรุป
การทำ ฉลากอาหารเสริม ที่ดีต้องพิจารณามากกว่าความสวยงาม ตั้งแต่ความถูกต้องของข้อมูล ขนาดฉลาก วัสดุ กาว สี ตัวอักษร ไปจนถึงกระบวนการผลิตจริง หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ Artwork และทำให้การผลิตทำได้ราบรื่นขึ้น
สำหรับวัสดุ PP เหมาะกับงานฉลากทั่วไปที่ต้องการความเรียบและทนความชื้น สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับงานที่ต้องการโชว์บรรจุภัณฑ์ ส่วนวัสดุ Metallic หรือเทคนิคฟอยล์เหมาะกับงานที่ต้องการ Accent เพิ่มความโดดเด่น แต่ไม่ว่าจะเลือกวัสดุแบบใด ควรทดลองกับบรรจุภัณฑ์จริงและตรวจข้อมูลฉลากให้เรียบร้อยก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก
ในส่วนของข้อกำหนดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผู้ประกอบการควรอ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสามารถศึกษาประกาศที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก ราชกิจจานุเบกษา เพิ่มเติม ไม่ควรใช้ Template ฉลากของสินค้าอื่นเป็นข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ของตนต้องแสดงข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด
ติดต่อเรา | ปรึกษาเรื่องฉลากอาหารเสริม
หากมีข้อมูลฉลากและบรรจุภัณฑ์พร้อมแล้ว และต้องการออกแบบหรือพิมพ์ฉลากอาหารเสริม สามารถส่งรายละเอียดเพื่อขอคำแนะนำได้ ทีมงาน Infosay Design สามารถช่วยประเมินขนาด วัสดุ รูปแบบไดคัท งานพิมพ์ และเทคนิคตกแต่งให้เหมาะกับบรรจุภัณฑ์และงบประมาณ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ควรจัดเตรียมข้อความที่ได้รับการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก่อนสรุปไฟล์ผลิตจริง
หากยังอยู่ในขั้นตอนเลือกชนิดฉลาก สามารถดูเพิ่มเติมที่ ประเภทสติ๊กเกอร์ หรือศึกษาความแตกต่างระหว่าง ฉลากสินค้ากับสติ๊กเกอร์ เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคา
ติดต่อเรา | ปรึกษาเลย
- สถานที่: 37 บ้านเนินเขา ซอย 6 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- Facebook: Infosay Design รับออกแบบและผลิตสติ๊กเกอร์ ป้าย งานพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์
- LINE: @infosaydesign
- แผนที่: Infosay Design
บทความที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นสร้างแบรนด์ของคุณวันนี้!
ครบจบทั้งออกแบบ ผลิต และจัดส่ง ช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นและน่าเชื่อถือมากขึ้น





