/
/
ป้ายไฟราคาเท่าไร? รวมราคาป้ายไฟแต่ละประเภท พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มค่ากับธุรกิจ

ป้ายไฟราคาเท่าไร? รวมราคาป้ายไฟแต่ละประเภท พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มค่ากับธุรกิจ

18797 20260812 illuminated sign price (Horizontal)

ป้ายไฟเป็นหนึ่งในสื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับธุรกิจหลากหลายประเภท เพราะช่วยให้หน้าร้านดูโดดเด่น มองเห็นได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย คลินิก ร้านยา โรงแรม หรือสำนักงาน ต่างก็นิยมติดตั้งป้ายไฟเพื่อเพิ่มการมองเห็น ดึงดูดลูกค้า และสร้างการจดจำให้กับแบรนด์

คำถามที่หลายคนมักสงสัยคือ ป้ายไฟราคาเท่าไร? และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ราคาป้ายไฟแตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับราคาป้ายไฟ ประเภทของป้าย วัสดุที่นิยมใช้ รวมถึงคำแนะนำในการเลือกป้ายไฟให้เหมาะกับงบประมาณและประเภทธุรกิจ

ป้ายไฟคืออะไร?

ป้ายไฟ คือป้ายโฆษณาที่มีระบบแสงสว่างติดตั้งอยู่ภายในหรือภายนอกป้าย เพื่อช่วยให้มองเห็นข้อความ โลโก้ หรือชื่อร้านได้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

ปัจจุบันป้ายไฟส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบไฟ LED เนื่องจากมีข้อดีหลายด้าน เช่น ประหยัดไฟ ให้ความสว่างสูง อายุการใช้งานยาวนาน และดูแลรักษาง่าย จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการป้ายหน้าร้านที่สวยงาม ทนทาน และใช้งานได้ในระยะยาว


ป้ายไฟราคาเท่าไร?

ราคาป้ายไฟจะแตกต่างกันไปตามขนาด วัสดุ รูปแบบงาน ระบบไฟ และความซับซ้อนในการผลิต โดยทั่วไปสามารถแบ่งราคาเริ่มต้นได้ประมาณนี้

  • ป้ายกล่องไฟขนาดเล็ก เริ่มต้นประมาณ 2,000 – 5,000 บาท
  • ป้ายกล่องไฟหน้าร้าน เริ่มต้นประมาณ 5,000 – 30,000 บาท
  • ป้ายตัวอักษรไฟ LED เริ่มต้นประมาณ 10,000 – 100,000 บาท
  • ป้ายไฟอะคริลิค เริ่มต้นประมาณ 5,000 – 50,000 บาท
  • ป้ายไฟคอมโพสิต เริ่มต้นประมาณ 10,000 – 80,000 บาท
  • ป้ายไฟขนาดใหญ่บนอาคาร เริ่มต้นประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ราคาจริงอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของงาน เช่น ขนาดพื้นที่ติดตั้ง ความหนาของวัสดุ จำนวนตัวอักษร ชนิดของไฟ LED และรูปแบบการติดตั้ง

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาป้ายไฟ

1. ขนาดของป้าย

ขนาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาป้ายไฟโดยตรง ยิ่งป้ายมีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งใช้วัสดุ ไฟ LED และโครงสร้างมากขึ้น ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย

ป้ายขนาดเล็ก เช่น 100 × 50 ซม. หรือ 120 × 60 ซม. มักมีราคาเริ่มต้นเพียงหลักพันบาท เหมาะสำหรับร้านขนาดเล็กหรือป้ายหน้าร้านที่ต้องการความเรียบง่าย

ป้ายขนาดกลาง เช่น 300 × 100 ซม. หรือ 400 × 120 ซม. เหมาะกับร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจทั่วไปที่ต้องการให้ป้ายมองเห็นได้ชัดจากระยะไกล

ส่วนป้ายขนาดใหญ่ เช่น 600 × 120 ซม. หรือ 800 × 150 ซม. นิยมใช้กับร้านอาหารขนาดใหญ่ อาคารพาณิชย์ โชว์รูม หรือธุรกิจที่ต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ

2. ประเภทของป้ายไฟ

ป้ายไฟมีหลายรูปแบบ แต่ละประเภทมีต้นทุนและจุดเด่นแตกต่างกัน

ป้ายกล่องไฟ เป็นป้ายไฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะราคาไม่สูงมาก ผลิตง่าย และมองเห็นได้ชัด เหมาะกับร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร ร้านยา และธุรกิจที่ต้องการป้ายหน้าร้านในงบประมาณคุ้มค่า โดยทั่วไปมีราคาเฉลี่ยประมาณ 5,000 – 30,000 บาท

ป้ายตัวอักษรไฟ LED เป็นป้ายที่ให้ความรู้สึกทันสมัย ดูหรูหรา และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เหมาะกับคลินิก คาเฟ่ ร้านเสริมสวย โรงแรม และสำนักงาน ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดตัวอักษร จำนวนตัวอักษร และชนิดของไฟ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 100,000 บาท

ป้ายอะคริลิคไฟ LED เป็นป้ายที่ให้ลุคเรียบหรู ดูสะอาดตา และมีความพรีเมียม เหมาะกับร้านกาแฟ คลินิก ร้านเสริมสวย และธุรกิจบริการต่าง ๆ ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่ 5,000 – 50,000 บาท

ป้ายคอมโพสิตไฟ LED เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคาร เพราะมีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝน และดูเรียบร้อย นิยมใช้เป็นป้ายหน้าร้านขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 80,000 บาท

3. ประเภทของไฟ LED

ระบบไฟที่ใช้ก็มีผลต่อราคาและความสวยงามของป้ายเช่นกัน

LED Module เป็นไฟที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะให้ความสว่างดี ประหยัดไฟ และเหมาะกับป้ายกล่องไฟหรือป้ายตัวอักษรทั่วไป

LED Neon Flex ให้แสงสวย คล้ายหลอดนีออน แต่ประหยัดไฟและปลอดภัยกว่า นิยมใช้กับคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ ร้านเสริมสวย หรือร้านที่ต้องการบรรยากาศโดดเด่น

LED Backlit หรือไฟซ่อนหลังตัวอักษร ให้แสงนุ่มและดูพรีเมียม เหมาะกับงานที่ต้องการภาพลักษณ์หรูหรา เช่น คลินิก โรงแรม สำนักงาน และร้านค้าที่ต้องการความทันสมัย ราคามักสูงกว่า LED ทั่วไป

4. วัสดุที่ใช้ผลิตป้าย

วัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา ความทนทาน และภาพลักษณ์ของป้ายไฟ

อะคริลิคเป็นวัสดุที่นิยมใช้มาก เพราะดูทันสมัย น้ำหนักไม่มาก และให้แสงสวย เหมาะกับงานป้ายหน้าร้านทั่วไป

สแตนเลสให้ความรู้สึกหรูหรา แข็งแรง และทนทาน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม แต่ราคาจะสูงกว่าอะคริลิค

อลูมิเนียมคอมโพสิตมีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ และนิยมใช้กับงานภายนอกอาคาร โดยเฉพาะป้ายหน้าร้านหรือป้ายอาคาร

ส่วนไวนิลมีราคาประหยัด เหมาะกับงานชั่วคราว งานโปรโมชัน หรือธุรกิจที่ต้องการควบคุมงบประมาณ

ป้ายไฟแต่ละธุรกิจควรใช้งบประมาณเท่าไร?

สำหรับ ร้านกาแฟ งบประมาณที่แนะนำอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 40,000 บาท โดยนิยมใช้ป้ายตัวอักษร LED ป้ายอะคริลิค หรือป้ายไฟซ่อน เพื่อให้ร้านดูอบอุ่น ทันสมัย และถ่ายรูปสวย

สำหรับ ร้านอาหาร งบประมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 60,000 บาท โดยนิยมใช้ป้ายกล่องไฟหรือป้ายตัวอักษร LED เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงเย็นและกลางคืน

สำหรับ คลินิก ควรใช้งบประมาณประมาณ 20,000 – 80,000 บาท เพราะป้ายมีผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ วัสดุที่นิยมใช้คืออะคริลิค สแตนเลส และไฟซ่อนหลังตัวอักษร

สำหรับ ร้านเสริมสวย งบประมาณที่แนะนำอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 50,000 บาท โดยนิยมใช้ป้ายตัวอักษร LED โลโก้ไฟซ่อน หรือป้ายที่ออกแบบให้ดูสวยงามและสะดุดตา

สำหรับ ร้านยา งบประมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 60,000 บาท โดยนิยมใช้ป้ายกล่องไฟหรือป้าย LED สีเขียว เพื่อให้มองเห็นชัดและสื่อสารประเภทธุรกิจได้ทันที


ป้ายไฟ LED กินไฟมากไหม?

ป้ายไฟ LED กินไฟไม่มากเมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเก่า จุดเด่นของ LED คือประหยัดไฟ ให้แสงสว่างสูง และมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ประมาณ 30,000 – 50,000 ชั่วโมง

นอกจากนี้ LED ยังช่วยลดค่าไฟได้มากกว่าหลอดไฟแบบเดิมประมาณ 50–80% และมีค่าบำรุงรักษาต่ำ จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้ป้ายไฟ LED สำหรับงานป้ายหน้าร้านในปัจจุบัน

ป้ายไฟกับป้ายธรรมดา แบบไหนดีกว่า?

ป้ายไฟมีข้อดีคือมองเห็นได้ชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ดึงดูดสายตาได้ดี และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เหมาะอย่างยิ่งกับร้านที่เปิดช่วงเย็นหรือกลางคืน เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิก ร้านยา และสถานบันเทิง

ส่วนป้ายธรรมดามีข้อดีเรื่องราคาที่ประหยัดกว่า เหมาะกับธุรกิจที่มีงบจำกัด หรือต้องการป้ายสำหรับใช้งานในช่วงกลางวันเป็นหลัก

หากธุรกิจของคุณต้องการเพิ่มการมองเห็น ดึงดูดลูกค้า และใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ป้ายไฟถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

วิธีเลือกป้ายไฟให้คุ้มค่า

การเลือกป้ายไฟไม่จำเป็นต้องเลือกป้ายที่ใหญ่ที่สุดหรือแพงที่สุดเสมอไป แต่ควรเลือกให้เหมาะกับหน้าร้าน งบประมาณ และภาพลักษณ์ของธุรกิจ

ควรเริ่มจากการเลือกขนาดป้ายให้พอดีกับพื้นที่ติดตั้ง เพื่อให้มองเห็นได้ชัดโดยไม่ดูรกหรือเกินความจำเป็น จากนั้นเลือกชนิดไฟ LED ที่มีคุณภาพ เพราะจะช่วยลดค่าไฟและค่าซ่อมบำรุงในอนาคต

นอกจากนี้ ควรเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม หากติดตั้งภายนอกอาคาร ควรเลือกวัสดุที่ทนแดด ทนฝน และมีโครงสร้างแข็งแรง เพื่อให้ป้ายใช้งานได้ยาวนาน

ที่สำคัญ ควรใช้บริการร้านทำป้ายที่มีประสบการณ์ เพราะงานป้ายไฟเกี่ยวข้องทั้งการออกแบบ การผลิต ระบบไฟ และการติดตั้ง หากเลือกผู้ให้บริการที่มีความชำนาญ จะช่วยลดปัญหางานเสีย งานล่าช้า หรือระบบไฟมีปัญหาในภายหลัง

สรุป

ป้ายไฟมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาด วัสดุ ประเภทของป้าย ระบบไฟ LED และความซับซ้อนของงาน โดยป้ายกล่องไฟ ป้ายอะคริลิคไฟ LED และป้ายตัวอักษรไฟ LED เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการมองเห็น สร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดลูกค้า ป้ายไฟถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อโฆษณาให้กับร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังช่วยสร้างความโดดเด่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจในระยะยาว

ติดต่อเรา | ปรึกษาเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

20077 20260812 plastwood vs acrylic signs (Horizontal)
ป้ายพลาสวูด เป็นป้ายที่ผลิตจากแผ่น ...
20076 20260812 sign letter sizes (Horizontal)
ขนาดตัวอักษรป้าย เป็นหนึ่งในปัจจัยส...

เริ่มต้นสร้างแบรนด์ของคุณวันนี้!

ครบจบทั้งออกแบบ ผลิต และจัดส่ง ช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นและน่าเชื่อถือมากขึ้น