---
title: ฉลากอาหารเสริมควรมีอะไรบ้าง? คู่มือออกแบบฉลากให้ถูกกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือ
url: https://www.infosaydesign.com/supplement-label-design/
date: 2026-06-12T14:19:21+00:00
modified: 2026-10-06T03:26:20+00:00
lang: th
---

# ฉลากอาหารเสริมควรมีอะไรบ้าง? คู่มือออกแบบฉลากให้ถูกกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือ

ธุรกิจอาหารเสริมเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน คอลลาเจน โปรตีน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ นอกจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคเห็นก่อนตัดสินใจซื้อก็คือ **ฉลากอาหารเสริม**

ฉลากไม่ได้เป็นเพียง[สติ๊กเกอร์](https://www.infosaydesign.com/services/sticker-printing/)ที่ติดอยู่บนกระปุก ขวด หรือกล่องสินค้า แต่ทำหน้าที่ทั้งแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ สื่อสารแบรนด์ และช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบรายละเอียดก่อนซื้อ ดังนั้นการออกแบบฉลากอาหารเสริมจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงาม ความชัดเจนของข้อมูล วัสดุ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหาร

บทความนี้จะอธิบายว่า **ฉลากอาหารเสริมควรมีอะไรบ้าง** ควรเลือกวัสดุแบบไหน ขนาดฉลากควรพิจารณาจากอะไร และออกแบบอย่างไรให้ดูน่าเชื่อถือ โดยเจ้าของแบรนด์สามารถอ่านพื้นฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง [ฉลากสินค้าและสติ๊กเกอร์](https://www.infosaydesign.com/product-label-vs-sticker/) ก่อนเริ่มออกแบบได้

## หัวข้อ

## ฉลากอาหารเสริมคืออะไร?

ฉลากอาหารเสริม คือฉลากที่ใช้แสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ เช่น กระปุก ขวด ซอง หรือกล่อง โดยอาจผลิตในรูปแบบสติ๊กเกอร์ PP สติ๊กเกอร์ใส หรือวัสดุชนิดอื่นตามลักษณะบรรจุภัณฑ์

หน้าที่สำคัญของฉลากคือช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร มีรายละเอียดอย่างไร และสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ ขณะเดียวกันฉลากยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับแสดงชื่อแบรนด์ โลโก้ สี และองค์ประกอบด้านการออกแบบเพื่อสร้างการจดจำสินค้า

อย่างไรก็ตาม ฉลากอาหารเสริมไม่ควรออกแบบโดยพิจารณาเฉพาะความสวยงาม เจ้าของผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบข้อความและรายละเอียดบนฉลากให้ตรงกับข้อมูลที่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำไปผลิตจริง

## ทำไมฉลากอาหารเสริมจึงสำคัญ?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกี่ยวข้องกับการบริโภค ผู้ซื้อจึงมักพิจารณารายละเอียดบนฉลากมากกว่าสินค้าทั่วไป เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ ปริมาณ วิธีบริโภค เลขสารบบอาหาร ผู้ผลิต และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น

เมื่อข้อมูลถูกจัดลำดับอย่างชัดเจน ตัวอักษรอ่านง่าย และงานพิมพ์คมชัด ผู้บริโภคก็สามารถตรวจสอบสินค้าได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้บรรจุภัณฑ์ดูเป็นมืออาชีพมากกว่าการใส่ข้อมูลจำนวนมากโดยไม่มีลำดับการอ่าน

นอกจากด้านข้อมูลแล้ว โลโก้ สี ฟอนต์ รูปแบบไดคัท และพื้นผิวของฉลากยังช่วยสร้าง Brand Identity ให้สินค้าหลายสูตรอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เดียวกัน ซึ่งมีประโยชน์เมื่อแบรนด์ต้องการขยายไลน์สินค้าในอนาคต

## ฉลากอาหารเสริมควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?

ข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องจัดทำให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรใช้รายการด้านล่างแทนการตรวจข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่สามารถใช้เป็น Checklist เบื้องต้นก่อนส่งไฟล์ให้ผู้ออกแบบหรือโรงพิมพ์ได้

**ชื่อผลิตภัณฑ์**
ควรใช้ชื่อให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรปรับข้อความบนฉลากเองจนมีความหมายแตกต่างจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

**ชื่อหรือตราสินค้า**
ควรวางในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย แต่ไม่ควรทำให้ข้อมูลสำคัญอื่นถูกลดความชัดเจน โลโก้ที่ใช้ควรเป็นไฟล์คุณภาพสูงเพื่อป้องกันปัญหาภาพแตกเมื่อพิมพ์

**เลขสารบบอาหาร**
ผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในระบบอนุญาตของ อย. ใช้เลขสารบบอาหาร 13 หลักตามรูปแบบที่กำหนด จึงควรตรวจสอบเลขและรูปแบบการแสดงให้ตรงกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ สามารถศึกษารายละเอียดได้จาก [กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา](https://food.fda.moph.go.th/sb7/category/sb7-label)

**ปริมาณสุทธิ**
ควรแสดงปริมาณตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น จำนวนแคปซูล จำนวนเม็ด หรือน้ำหนักสุทธิ และตรวจสอบหน่วยที่ใช้ให้ถูกต้องก่อนพิมพ์

**ส่วนประกอบหรือส่วนประกอบสำคัญ**
ต้องใช้ข้อมูลที่ตรงกับสูตรและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนปริมาณเพื่อจุดประสงค์ด้านการตลาดโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อน

**วิธีบริโภค**
ควรเขียนให้ชัด อ่านง่าย และตรงกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจวิธีบริโภคได้โดยไม่ต้องตีความจากข้อความโฆษณาอื่นบนบรรจุภัณฑ์

**ข้อความคำเตือนหรือข้อความบังคับ**
ผลิตภัณฑ์บางประเภทหรือบางสูตรอาจมีข้อความที่ต้องแสดงเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบเอกสารอนุญาตและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนสรุป Artwork เพื่อป้องกันการต้องแก้ไฟล์หลังผลิต

**คำแนะนำในการเก็บรักษา**
หากมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุณหภูมิ แสง ความชื้น หรือการปิดบรรจุภัณฑ์ ควรจัดข้อความให้มองเห็นและอ่านได้ง่าย

**ข้อมูลผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้เกี่ยวข้อง**
ใช้ข้อมูลให้ตรงตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งชื่อและสถานที่ ไม่ควรใช้ข้อมูลตัวอย่างจาก Template โดยไม่ได้ตรวจสอบ

**วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน**
ควรวางตำแหน่งสำหรับพิมพ์วันที่และเลข Lot ให้เหมาะกับขั้นตอนการผลิตจริง โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องยิง Inkjet หรือพิมพ์วันที่หลังจากผลิตฉลากแล้ว

| ข้อมูลที่ควรเตรียม | สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนส่งพิมพ์ |
| --- | --- |
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | ตรงกับข้อมูลผลิตภัณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง |
| เลขสารบบอาหาร | ตัวเลขและรูปแบบถูกต้อง |
| ส่วนประกอบ | ข้อความและปริมาณตรงกับสูตร |
| วิธีบริโภค | อ่านง่ายและใช้ข้อความที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว |
| คำเตือน | ตรวจว่าผลิตภัณฑ์มีข้อความบังคับหรือไม่ |
| ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ชื่อและที่อยู่ถูกต้อง |
| วันผลิต/หมดอายุ/Lot | มีพื้นที่สำหรับพิมพ์จริงเพียงพอ |

**หมายเหตุ:** รายการข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับเตรียมงานออกแบบ ไม่ใช่รายการข้อกฎหมายที่ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ทุกสูตร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ [สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)](https://www.fda.moph.go.th/) และเอกสารอนุญาตของผลิตภัณฑ์ก่อนผลิตฉลากจริง

---

## ฉลากอาหารเสริมควรใช้วัสดุอะไร?

วัสดุของฉลากมีผลต่อทั้งภาพลักษณ์ การยึดเกาะ และความทนทาน การเลือกวัสดุจึงควรดูร่วมกันระหว่างชนิดบรรจุภัณฑ์ พื้นผิว ความโค้ง ความชื้น วิธีเก็บสินค้า ระยะเวลาการใช้งาน และงบประมาณ ไม่ควรเลือกจากความสวยเพียงอย่างเดียว

หากยังไม่แน่ใจว่าวัสดุชนิดใดเหมาะกับงาน สามารถดูภาพรวมได้จากบทความ [สติ๊กเกอร์มีกี่ประเภท?](https://www.infosaydesign.com/types-of-stickers/) ซึ่งเปรียบเทียบวัสดุสำหรับงานฉลากหลายประเภท

### 1\. สติ๊กเกอร์ PP

สติ๊กเกอร์ PP เป็นวัสดุที่นิยมใช้กับฉลากสินค้า เพราะผิวเรียบ ทนความชื้น และสามารถผลิตได้ทั้งผิวด้านและผิวเงา เหมาะกับกระปุกอาหารเสริม ขวดวิตามิน และบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการภาพลักษณ์สะอาดเป็นระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณากาวร่วมกับพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์ด้วย เพราะ PP ที่ใช้กาวคนละชนิดอาจให้ผลการยึดติดแตกต่างกัน หากกำลังเปรียบเทียบวัสดุ สามารถอ่าน [สติ๊กเกอร์ PP กับ PVC ต่างกันอย่างไร](https://www.infosaydesign.com/pp-vs-pvc-stickers/) เพิ่มเติมได้

### 2\. สติ๊กเกอร์ใส

สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการโชว์สีหรือพื้นผิวเดิมของขวดและกระปุก ช่วยสร้างภาพลักษณ์แบบ Clean, Minimal และ Premium ได้ดี โดยเฉพาะขวดใสหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสวยอยู่แล้ว

สิ่งที่ควรระวังคือสีพิมพ์บนวัสดุใสอาจได้รับอิทธิพลจากสีของพื้นหลัง หากต้องการตัวอักษรหรือสีบางส่วนให้ทึบชัด อาจต้องพิจารณาการพิมพ์หมึกขาวรองพื้น สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ [สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับงานอะไร?](https://www.infosaydesign.com/transparent-sticker-uses/)

### 3\. สติ๊กเกอร์เงินเงา

สติ๊กเกอร์เงินหรือวัสดุ Metallic ช่วยสร้างเอฟเฟกต์สะท้อนแสงและทำให้บางส่วนของฉลากโดดเด่น เหมาะกับงานที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัยหรือพรีเมียม แต่ควรทดลองสีจริง เพราะสีที่พิมพ์บนพื้นเงินอาจให้ผลต่างจากการพิมพ์บนพื้นขาว

### 4\. สติ๊กเกอร์ทอง

งานสีทองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใช้วัสดุพื้นทอง งานฟอยล์ หรือเทคนิคพิมพ์ที่สร้างเอฟเฟกต์คล้ายโลหะ แต่ละวิธีให้ความเงา รายละเอียด และต้นทุนต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับจำนวนผลิตและระดับภาพลักษณ์ของสินค้า

หากสินค้าใช้แพ็กเกจสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม หรือเขียวเข้ม การใช้รายละเอียดสีทองบางจุดสามารถสร้าง Contrast ได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทองเต็มพื้นที่ ซึ่งช่วยควบคุมต้นทุนและทำให้ฉลากอ่านง่ายกว่า

---

## สีอะไรเหมาะกับฉลากอาหารเสริม?

ไม่มีสีใดที่เหมาะกับอาหารเสริมทุกประเภท การเลือกสีควรเริ่มจาก Brand Identity กลุ่มลูกค้า สีของบรรจุภัณฑ์ และจำนวนสูตรสินค้าที่แบรนด์ต้องการทำ เพราะหากมีหลายสูตร ควรวางระบบสีให้ผู้บริโภคแยกแต่ละรุ่นได้ง่าย

**สีขาว**
เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาด เรียบ และอ่านง่าย สามารถจับคู่กับสีแบรนด์ได้หลากหลาย

**สีเขียว**
นิยมใช้กับภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ พืช หรือ Botanical แต่ข้อความและภาพที่ใช้ประกอบควรสอดคล้องกับข้อมูลจริงของผลิตภัณฑ์

**สีทอง**
เหมาะสำหรับใช้เป็น Accent เพื่อเพิ่มความพรีเมียม โดยเฉพาะเมื่อนำมาจับคู่กับสีขาว ดำ น้ำเงิน หรือสีเข้ม

**สีน้ำเงิน**
ใช้งานได้ดีกับดีไซน์ที่ต้องการความเป็นระเบียบ ทันสมัย หรือมีภาพลักษณ์เชิงเทคนิค

**สีดำ**
เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการ Contrast สูงและภาพลักษณ์พรีเมียม แต่ควรระวังข้อความขนาดเล็กและงานพิมพ์สีเข้มบริเวณพื้นที่กว้าง

## ฉลากอาหารเสริมแบบไหนช่วยเพิ่มยอดขาย?

ฉลากเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันยอดขาย แต่ฉลากที่ออกแบบดีสามารถช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจสินค้าเร็วขึ้นและลดความสับสนเมื่อเปรียบเทียบสินค้าหลายรายการ สิ่งสำคัญคือการจัดลำดับข้อมูลหรือ Visual Hierarchy ให้ชัดเจน

ด้านหน้าฉลากควรบอกได้ภายในเวลาไม่นานว่าสินค้าคืออะไร แบรนด์อะไร และเป็นสูตรใด ส่วนรายละเอียดที่ยาวกว่า เช่น ส่วนประกอบ วิธีบริโภค และข้อมูลผู้ผลิต สามารถจัดไว้ในด้านหลังหรือด้านข้างตามรูปทรงบรรจุภัณฑ์

หลีกเลี่ยงการใส่ข้อความขายจำนวนมากจนบดบังข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับคุณประโยชน์หรือสรรพคุณ ควรตรวจสอบว่าข้อความที่ใช้สามารถแสดงได้และตรงกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนนำขึ้น Artwork

อีกองค์ประกอบที่มองข้ามไม่ได้คือคุณภาพไฟล์ หากโลโก้ ภาพ หรือข้อความมีความละเอียดไม่เพียงพอ งานที่เห็นสวยบนหน้าจออาจแตกหรือไม่คมเมื่อพิมพ์จริง สามารถดูวิธีตรวจไฟล์ได้ที่ [รูปความละเอียดเท่าไรถึงพิมพ์ได้?](https://www.infosaydesign.com/image-resolution-for-printing/)

## ขนาดฉลากอาหารเสริมยอดนิยม

ฉลากอาหารเสริมไม่มีขนาดมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้กับกระปุกทุกแบบ แม้จะเป็นกระปุก 30 หรือ 60 เม็ดเหมือนกัน แต่เส้นผ่านศูนย์กลาง ความสูง ช่วงโค้ง ฝา และพื้นที่ติดฉลากอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์

วิธีที่แม่นยำกว่าการเลือกจากจำนวนเม็ดคือ **วัดบรรจุภัณฑ์จริงก่อนออกแบบ** โดยวัดความสูงของพื้นที่ติดฉลากและเส้นรอบวง แล้วกำหนดระยะเผื่อสำหรับรอยต่อของฉลากให้เหมาะสม

สำหรับฉลากพันรอบกระปุก ไม่ควรให้ความยาวเท่ากับเส้นรอบวงโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาว่าต้องการเว้นช่องหรือซ้อนปลายฉลาก รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่โค้งบริเวณไหล่หรือก้นภาชนะซึ่งอาจทำให้ฉลากย่น

หากเป็นกล่องอาหารเสริม ควรใช้ Dieline ของกล่องจริงในการออกแบบ เพื่อกำหนดด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ตำแหน่งพับ และ Safe Zone ให้ถูกต้องก่อนส่งผลิต

## ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบฉลากอาหารเสริม

**1. เริ่มออกแบบก่อนข้อมูลผลิตภัณฑ์นิ่ง**
หากชื่อ ส่วนประกอบ วิธีบริโภค หรือข้อมูลอนุญาตยังมีการแก้ไข การเริ่ม Artwork เร็วเกินไปอาจทำให้ต้องแก้งานหลายรอบและเสี่ยงต่อการนำไฟล์เวอร์ชันเก่าไปผลิต

**2. ตัวหนังสือแน่นหรือเล็กเกินไป**
ฉลากมีพื้นที่จำกัด แต่ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการลด Font Size จนอ่านลำบาก ควรปรับขนาดฉลากหรือจัดลำดับข้อมูลใหม่แทน

**3. ใช้สีและฟอนต์มากเกินไป**
สีและฟอนต์จำนวนมากทำให้ลำดับการอ่านไม่ชัด ควรสร้างระบบ Typography และ Color Palette ที่ใช้ร่วมกันทั้งแบรนด์

**4. ใช้ภาพหรือโลโก้ความละเอียดต่ำ**
ภาพที่ดึงมาจาก Social Media หรือ Screenshot มักไม่เหมาะสำหรับพิมพ์ขนาดจริง โดยเฉพาะโลโก้ควรใช้ไฟล์ Vector หากมี

**5. เลือกวัสดุโดยไม่ทดสอบกับบรรจุภัณฑ์**
กาวชนิดเดียวกันอาจยึดกับกระจก PET, PE, PP หรือพื้นผิวเคลือบได้ไม่เหมือนกัน หากเป็นงานจำนวนมากควรทดสอบตัวอย่างก่อนผลิตจริง

**6. ใช้ข้อความทางการตลาดโดยไม่ได้ตรวจสอบ**
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรตรวจสอบข้อความบนฉลากและโฆษณาให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและข้อมูลที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรใช้คำที่อาจทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถบำบัด รักษา หรือป้องกันโรคโดยไม่มีฐานรองรับ

## ราคาทำฉลากอาหารเสริมเท่าไร?

ราคาผลิตฉลากอาหารเสริมไม่สามารถประเมินจากขนาดเพียงอย่างเดียว เพราะขึ้นอยู่กับวัสดุ ขนาด จำนวนดวง จำนวนแบบ รูปทรงไดคัท ระบบพิมพ์ งานเคลือบ และเทคนิคพิเศษ เช่น ฟอยล์หรือหมึกขาว

งานจำนวนน้อยมักเหมาะกับระบบ Digital Print ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสามารถทำหลายแบบได้ง่าย ส่วนจำนวนมากอาจมีตัวเลือกระบบผลิตอื่นที่ช่วยลดต้นทุนต่อดวง แต่ต้องพิจารณาค่าตั้งงานและจำนวนขั้นต่ำด้วย

วัสดุหรือเทคนิคพิเศษ เช่น สติ๊กเกอร์ใสพิมพ์หมึกขาว วัสดุ Metallic ฟอยล์ เคลือบพิเศษ หรือไดคัทรูปทรงซับซ้อน มักมีต้นทุนสูงกว่างาน PP มาตรฐาน

ก่อนขอใบเสนอราคา ควรเตรียมอย่างน้อย 4 ข้อมูล ได้แก่ **ขนาดฉลาก วัสดุ จำนวน และจำนวนแบบ** เพื่อให้โรงพิมพ์ประเมินราคาได้ใกล้เคียงงานจริงมากขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร?](https://www.infosaydesign.com/product-label-price/) และ [ราคาพิมพ์สติ๊กเกอร์คิดอย่างไร?](https://www.infosaydesign.com/sticker-printing-price/)

## สรุป

การทำ **ฉลากอาหารเสริม** ที่ดีต้องพิจารณามากกว่าความสวยงาม ตั้งแต่ความถูกต้องของข้อมูล ขนาดฉลาก วัสดุ กาว สี ตัวอักษร ไปจนถึงกระบวนการผลิตจริง หากเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ Artwork และทำให้การผลิตทำได้ราบรื่นขึ้น

สำหรับวัสดุ PP เหมาะกับงานฉลากทั่วไปที่ต้องการความเรียบและทนความชื้น สติ๊กเกอร์ใสเหมาะกับงานที่ต้องการโชว์บรรจุภัณฑ์ ส่วนวัสดุ Metallic หรือเทคนิคฟอยล์เหมาะกับงานที่ต้องการ Accent เพิ่มความโดดเด่น แต่ไม่ว่าจะเลือกวัสดุแบบใด ควรทดลองกับบรรจุภัณฑ์จริงและตรวจข้อมูลฉลากให้เรียบร้อยก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก

ในส่วนของข้อกำหนดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผู้ประกอบการควรอ้างอิงข้อมูลจาก [สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา](https://www.fda.moph.go.th/) และสามารถศึกษาประกาศที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก [ราชกิจจานุเบกษา](https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00179117.PDF) เพิ่มเติม ไม่ควรใช้ Template ฉลากของสินค้าอื่นเป็นข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ของตนต้องแสดงข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด

## ติดต่อเรา | ปรึกษาเรื่องฉลากอาหารเสริม

หากมีข้อมูลฉลากและบรรจุภัณฑ์พร้อมแล้ว และต้องการออกแบบหรือพิมพ์ฉลากอาหารเสริม สามารถส่งรายละเอียดเพื่อขอคำแนะนำได้ ทีมงาน Infosay Design สามารถช่วยประเมินขนาด วัสดุ รูปแบบไดคัท งานพิมพ์ และเทคนิคตกแต่งให้เหมาะกับบรรจุภัณฑ์และงบประมาณ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ควรจัดเตรียมข้อความที่ได้รับการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก่อนสรุปไฟล์ผลิตจริง

หากยังอยู่ในขั้นตอนเลือกชนิดฉลาก สามารถดูเพิ่มเติมที่ [ประเภทสติ๊กเกอร์](https://www.infosaydesign.com/types-of-stickers/) หรือศึกษาความแตกต่างระหว่าง [ฉลากสินค้ากับสติ๊กเกอร์](https://www.infosaydesign.com/product-label-vs-sticker/) เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคา

## ติดต่อเรา | ปรึกษาเลย

- **สถานที่:** 37 บ้านเนินเขา ซอย 6 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- **Facebook:** [Infosay Design รับออกแบบและผลิตสติ๊กเกอร์ ป้าย งานพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์](https://www.infosaydesign.com/infosaydesignlink/4ac8u4j0o)
- **LINE:** [@infosaydesign](https://www.infosaydesign.com/infosaydesignlink/61dw44foah)
- **แผนที่:** [Infosay Design](https://maps.app.goo.gl/ZzrZPMqkovrbMJze7)
