---
title: ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร? รวมราคาสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
url: https://www.infosaydesign.com/product-label-price/
date: 2026-06-12T14:24:13+00:00
modified: 2026-10-06T03:25:37+00:00
lang: th
---

# ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร? รวมราคาสติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มค่าที่สุด

ฉลากสินค้าเป็นส่วนหนึ่งของทั้งบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพราะเป็นพื้นที่ที่ใช้แสดงชื่อสินค้า โลโก้ ข้อมูลสำคัญ และรายละเอียดที่ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง อาหารเสริม กาแฟ ชา น้ำผึ้ง หรือสินค้า OTOP

คำถามที่เจ้าของแบรนด์มักถามก่อนสั่งผลิตคือ **ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร?** แต่การประเมินจากคำว่า **“ฉลากสินค้า”** เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะฉลากขนาดเดียวกันอาจมีราคาต่างกันมากตามวัสดุ จำนวน รูปทรง งานเคลือบ ระบบพิมพ์ และเทคนิคหลังพิมพ์

บทความนี้จึงไม่ได้กำหนดราคาต่อดวงแบบตายตัว แต่จะอธิบายว่า **ปัจจัยอะไรมีผลต่อราคาฉลากสินค้า** ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอใบเสนอราคา และควรเลือกวัสดุหรือสเปกอย่างไรให้คุ้มกับการใช้งานจริง

## หัวข้อ

## ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร?

**ราคาทำฉลากสินค้าไม่มีราคาต่อดวงที่ใช้ได้กับทุกงาน** เพราะผู้ผลิตต้องทราบอย่างน้อยว่าฉลากมีขนาดเท่าไร ใช้วัสดุอะไร ต้องการกี่ดวง ตัดรูปทรงแบบใด และมีงานหลังพิมพ์เพิ่มเติมหรือไม่

ตัวอย่างเช่น ฉลากขนาด 5 × 5 ซม. จำนวน 100 ดวงกับจำนวน 10,000 ดวง แม้ใช้ Artwork และวัสดุเดียวกันก็อาจมีต้นทุนต่อดวงต่างกัน เพราะระบบการผลิต การตั้งเครื่อง และต้นทุนส่วนคงที่ถูกเฉลี่ยด้วยจำนวนงานต่างกัน

ดังนั้นหากต้องการเปรียบเทียบราคา ควรเปรียบเทียบจาก **สเปกเดียวกัน** เช่น ขนาด วัสดุ จำนวน การเคลือบ และการไดคัท ไม่ควรเปรียบเทียบเพียงคำว่า “สติ๊กเกอร์ PP” หรือ “ฉลากสินค้า 1,000 ดวง” เพราะแต่ละใบเสนอราคาอาจรวมรายละเอียดไม่เหมือนกัน

หากยังไม่ทราบว่าจะเลือกวัสดุชนิดใด สามารถดูภาพรวมจาก [สติ๊กเกอร์มีกี่ประเภท?](https://www.infosaydesign.com/types-of-stickers/) ก่อน แล้วจึงส่งขนาดและจำนวนให้ผู้ผลิตช่วยประเมินสเปกที่เหมาะกับสินค้า

---

## ปัจจัยที่มีผลต่อราคาฉลากสินค้า

### 1\. ขนาดฉลาก

ขนาดฉลากมีผลต่อปริมาณวัสดุที่ใช้และจำนวนชิ้นที่สามารถจัดวางบนแผ่นหรือหน้ากว้างวัสดุได้ ฉลากที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นจึงไม่ได้เพิ่มเฉพาะปริมาณหมึก แต่ยังอาจทำให้จำนวนชิ้นต่อรอบการผลิตลดลงด้วย

ก่อนกำหนดขนาด ควรวัดพื้นที่ติดจริงบนขวด กระปุก ถุง หรือกล่อง ไม่ควรกำหนดขนาดจากหน้าจอเพียงอย่างเดียว เพราะความโค้งของบรรจุภัณฑ์ รอยต่อ และพื้นที่ข้อมูลสำคัญมีผลต่อขนาดที่ใช้งานได้จริง

ฉลากที่ใหญ่เกินความจำเป็นทำให้ใช้วัสดุมากขึ้น ขณะที่ฉลากเล็กเกินไปอาจทำให้ชื่อสินค้า ข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือข้อความตามข้อกำหนดอ่านได้ยาก ดังนั้นควรหาขนาดที่สมดุลระหว่างต้นทุนกับพื้นที่ข้อมูล

### 2\. ประเภทวัสดุ

วัสดุมีผลทั้งต่อราคา การยึดเกาะ ความทนต่อความชื้น และลักษณะของงานพิมพ์ จึงควรเลือกตามสภาพการใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกวัสดุที่ราคาสูงที่สุดหรือถูกที่สุดโดยอัตโนมัติ

**สติ๊กเกอร์กระดาษ** เหมาะกับสินค้าแห้ง กล่อง ถุง หรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ต้องสัมผัสน้ำและความชื้นสูง มีวัสดุและผิวให้เลือกหลายแบบ จึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยควบคุมต้นทุนได้ในหลายงาน

**สติ๊กเกอร์ PP** เป็นฟิล์มที่นิยมใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสินค้าแช่เย็น เนื่องจากตัววัสดุทนน้ำได้ดีกว่ากระดาษ แต่คุณภาพการติดยังขึ้นอยู่กับชนิดกาว พื้นผิวบรรจุภัณฑ์ อุณหภูมิ และสภาพการใช้งานด้วย

**สติ๊กเกอร์ใส** เหมาะกับขวดหรือกระปุกที่ต้องการให้มองเห็นบรรจุภัณฑ์ด้านหลัง แต่ควรพิจารณาว่าต้องใช้หมึกขาวรองพื้นหรือไม่ เพราะงานที่พิมพ์สีลงบนวัสดุใสโดยตรงอาจดูโปร่งหรือได้รับอิทธิพลจากสีของสินค้าและภาชนะ

**วัสดุสีเงินหรือ Metallic** ใช้สร้างเอฟเฟกต์สะท้อนแสงหรือพื้นผิวโลหะได้ แต่ต้องดูร่วมกับ Artwork ระบบหมึกขาว และตำแหน่งที่ต้องการให้เกิดเอฟเฟกต์ ไม่ใช่ทุกส่วนของฉลากจะต้องเป็นสีเมทัลลิกทั้งหมด

หากต้องการเปรียบเทียบวัสดุสำหรับงานฉลากโดยละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ [ประเภทสติ๊กเกอร์และการเลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน](https://www.infosaydesign.com/types-of-stickers/)

### 3\. จำนวนการผลิต

จำนวนมีผลต่อราคาต่อชิ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า “ยิ่งสั่งมากยิ่งถูกกว่าเสมอ” ในทุกระบบ เพราะผู้ผลิตอาจเลือกระหว่าง Digital Printing, Inkjet, Sheet-fed, Roll-to-roll หรือระบบอื่นตามวัสดุ ขนาด และปริมาณงาน

**ล็อตทดลอง** เหมาะกับแบรนด์ที่ยังทดสอบสินค้า เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนข้อมูล หรือยังไม่แน่ใจยอดขาย แม้ราคาต่อดวงอาจสูงกว่า แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการมีฉลากค้างสต็อกจำนวนมาก

**ล็อตประจำ** เหมาะเมื่อแบบและข้อมูลเริ่มคงที่ สามารถวางแผนผลิตครั้งละมากขึ้นเพื่อให้ต้นทุนต่อชิ้นเหมาะสม แต่ควรดูอัตราการใช้จริงและพื้นที่เก็บก่อนสั่ง

หากสินค้ามีหลายรส หลายกลิ่น หรือหลาย SKU ควรแจ้งจำนวนแยกแต่ละแบบให้ผู้ผลิตทราบ เพราะ “รวม 10,000 ดวง” ที่แบ่งเป็น 20 Artwork อาจมีต้นทุนต่างจาก 10,000 ดวงที่ใช้ Artwork เดียว

### 4\. รูปทรงและการไดคัท

รูปทรงมีผลต่อวิธีตัด การจัดวางชิ้นงาน และการสูญเสียวัสดุระหว่างผลิต ฉลากสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี หรือทรงมาตรฐานมักจัดวางได้ง่ายกว่ารูปทรงที่มีรายละเอียดซับซ้อนมาก

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไดคัทพิเศษต้องแพงกว่าเสมอ” ก็ไม่ถูกต้องทุกระบบ เพราะงาน Digital Cutting บางประเภทสามารถตัดทรงเฉพาะได้โดยไม่ต้องทำบล็อกมีดแบบเดียวกับระบบผลิตบางชนิด

หากต้องการตัดตามเส้นโลโก้หรือรูปทรงเฉพาะ ควรส่งไฟล์เส้นตัดหรือ Artwork ต้นฉบับให้ผู้ผลิตตรวจสอบก่อน เพื่อดูว่ามุมเล็ก ช่องแคบ หรือรายละเอียดบางส่วนสามารถผลิตได้หรือควรปรับแบบ

### 5\. งานเคลือบ

การเคลือบเป็นงานหลังพิมพ์ที่ช่วยเปลี่ยนผิวสัมผัส ลดการเสียดสีของผิวพิมพ์บางส่วน และเพิ่มลักษณะด้านหรือเงาให้กับฉลาก แต่ไม่ควรเข้าใจว่าการเคลือบสามารถแก้ปัญหาวัสดุหรือกาวได้ทุกกรณี

**เคลือบเงา** มีการสะท้อนแสงมากกว่าและมักทำให้ภาพหรือสีดูสดขึ้น เหมาะกับงานที่ต้องการความโดดเด่น

**เคลือบด้าน** ลดแสงสะท้อนและให้ผิวที่ดูเรียบ เหมาะกับงานมินิมอลหรือสินค้าที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม แต่การเลือกควรดู Design และสภาพแสงร่วมกัน

หากกำลังเลือกระหว่างสองแบบ สามารถดูรายละเอียดที่ [เคลือบด้านกับเคลือบเงาต่างกันอย่างไร?](https://www.infosaydesign.com/matte-vs-gloss-lamination/)

### 6\. เทคนิคพิเศษและงานหลังพิมพ์

งานอย่างฟอยล์ ปั๊มนูน ปั๊มจม Spot UV หมึกขาว หรือการพิมพ์สีพิเศษ สามารถเพิ่มความแตกต่างให้ฉลากได้ แต่แต่ละเทคนิคมีเงื่อนไขเรื่องวัสดุ ระบบผลิต จำนวนขั้นต่ำ และไฟล์ Artwork ต่างกัน

หากต้องการควบคุมงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษทั่วทั้งฉลาก สามารถเลือกใช้เฉพาะโลโก้ ชื่อแบรนด์ หรือองค์ประกอบสำคัญ เพื่อสร้างจุดเด่นโดยไม่เพิ่มขั้นตอนเกินความจำเป็น

## ตารางเลือกวัสดุฉลากตามลักษณะสินค้า

แทนที่จะกำหนดราคาตามประเภทสินค้า ควรเริ่มจากเงื่อนไขการใช้งาน เพราะอาหารเสริม กาแฟ หรือเครื่องสำอางแต่ละแบรนด์อาจใช้บรรจุภัณฑ์และสภาพแวดล้อมต่างกัน

| ลักษณะสินค้า | วัสดุที่อาจเหมาะ | สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
| --- | --- | --- |
| **สินค้าแห้ง / กล่อง / ถุง** | กระดาษ, PP | ความชื้น การเสียดสี และระยะเวลาการใช้งาน |
| **เครื่องดื่มแช่เย็น** | PP หรือฟิล์มที่เหมาะกับความชื้น | หยดน้ำ อุณหภูมิ กาว และพื้นผิวขวด |
| **เครื่องสำอาง** | PP, ใส, Metallic หรือวัสดุตามภาพลักษณ์ | ความโค้งของภาชนะ น้ำมัน ความชื้น และขนาดตัวอักษร |
| **กาแฟ / ชา / สินค้าแห้ง** | กระดาษ, PP, วัสดุผิวด้าน | ชนิดถุง การซีล และพื้นที่ข้อมูล |
| **ขวดหรือกระปุกใส** | สติ๊กเกอร์ใส | สีของสินค้าและความจำเป็นในการพิมพ์หมึกขาว |
| **สินค้ากลางแจ้ง** | ฟิล์มที่เหมาะกับงานภายนอก | แดด ฝน UV อุณหภูมิ และชนิดกาว |

สำหรับงานฉลากในหาดใหญ่ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [รับพิมพ์ฉลากสินค้า หาดใหญ่](https://www.infosaydesign.com/product-label-printing-hat-yai/) ซึ่งอธิบายประเภทวัสดุและสิ่งที่ควรเตรียมก่อนสั่งผลิต

## ค่าออกแบบฉลากรวมกับค่าพิมพ์หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและขอบเขตงาน บางใบเสนอราคารวมการจัดวางแบบพื้นฐานไว้แล้ว ขณะที่งานออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้น การสร้าง Key Visual การวาด Illustration การปรับโลโก้ หรือการทำหลาย SKU อาจคิดค่าออกแบบแยก

ก่อนตกลงราคา ควรถามให้ชัดว่าใบเสนอราคารวมอะไรบ้าง เช่น

- ออกแบบใหม่หรือแก้จากไฟล์เดิม
- จำนวนแบบหรือจำนวน SKU ที่รวมในราคา
- จำนวนครั้งที่แก้ไขได้
- มีการวาด Illustration หรือซื้อภาพเพิ่มเติมหรือไม่
- รวมไฟล์ Production-ready หรือไฟล์ต้นฉบับหรือไม่

การแยก **ค่าออกแบบ** ออกจาก **ค่าผลิต** ให้ชัดช่วยให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้ง่ายกว่า และลดความเข้าใจผิดเมื่อต้องแก้แบบหรือเพิ่มสินค้าอีกหลายรุ่นในอนาคต

## ฉลากราคาถูกที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มที่สุด

ต้นทุนฉลากควรดูร่วมกับการใช้งานจริง หากเลือกวัสดุราคาต่ำแต่ไม่เหมาะกับความเย็น น้ำ หรือพื้นผิวบรรจุภัณฑ์ ฉลากอาจหลุด ย่น หรือเสียหายจนต้องผลิตใหม่ ซึ่งทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าการเลือกสเปกที่เหมาะตั้งแต่แรก

ในทางกลับกัน สินค้าที่อยู่ภายในอาคาร ไม่สัมผัสความชื้น และมีอายุจำหน่ายสั้น ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุหรือ Finishing ระดับสูงทุกครั้ง การเลือกสเปกเกินความต้องการก็เพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็นเช่นกัน

จึงควรเลือกจาก **สภาพแวดล้อม + บรรจุภัณฑ์ + อายุการใช้งาน + ภาพลักษณ์ + งบประมาณ** ร่วมกัน มากกว่าตัดสินจากราคาต่อดวงเพียงอย่างเดียว

## วิธีลดต้นทุนการทำฉลากสินค้า

การลดต้นทุนไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพของฉลาก แต่ควรลดส่วนที่ไม่จำเป็นและวางแผนสเปกให้เหมาะกับสินค้า

- **วัดบรรจุภัณฑ์ก่อนออกแบบ** เพื่อลดปัญหาฉลากใหญ่หรือเล็กเกินไป
- **เลือกวัสดุตามการใช้งาน** ไม่เลือก PP, PVC หรือวัสดุพิเศษหากสินค้าไม่จำเป็นต้องใช้คุณสมบัตินั้น
- **รวมแผนการผลิตหลายล็อต** เมื่อข้อมูลบนฉลากคงที่และมีอัตราการใช้ชัดเจน
- **ลดจำนวนขนาด** หากหลาย SKU สามารถใช้บรรจุภัณฑ์และฉลากขนาดเดียวกันได้
- **ใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะจุด** เช่น ทำฟอยล์เฉพาะโลโก้แทนทั้งพื้นที่
- **ตรวจ Proof ให้ครบก่อนผลิต** เพื่อลดความเสี่ยงจากการพิมพ์ใหม่เพราะข้อมูลผิด

หากกำลังเตรียมไฟล์ สามารถใช้ [Checklist เตรียมไฟล์ก่อนส่งโรงพิมพ์](https://www.infosaydesign.com/print-file-preparation-checklist/) เพื่อตรวจขนาด Artwork, Bleed, Font และรายละเอียดก่อนผลิต

## ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้นทุนฉลากสูงขึ้น

**ไฟล์ภาพไม่คม** ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ Artwork หรือเสี่ยงผลิตแล้วภาพแตก หากไม่แน่ใจสามารถอ่าน [ทำไมงานพิมพ์สติ๊กเกอร์ไม่คม?](https://www.infosaydesign.com/why-sticker-printing-is-not-sharp/) ก่อนส่งไฟล์

**เลือกวัสดุไม่ตรงกับสภาพใช้งาน** เช่น เลือกฉลากที่ไม่เหมาะกับความชื้น อุณหภูมิต่ำ หรือพื้นผิวโค้ง ทำให้อายุใช้งานสั้นกว่าที่คาด

**ออกแบบก่อนวัดบรรจุภัณฑ์** ทำให้ต้องแก้สัดส่วน ตัวอักษร หรือ Layout ภายหลัง และอาจต้องปรับเส้นตัดใหม่ทั้งหมด

**ผลิตจำนวนมากก่อนข้อมูลสินค้าเสถียร** หากมีการเปลี่ยนสูตร ที่อยู่ ข้อมูลกฎหมาย Barcode หรือรายละเอียดอื่น ฉลากที่เหลืออาจไม่สามารถนำมาใช้ต่อได้

**ลืม Bleed และ Safe Zone** อาจทำให้ขอบสีขาวปรากฏหลังตัดหรือข้อความสำคัญอยู่ใกล้แนวตัดเกินไป สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ [Bleed และ Safe Zone คืออะไร?](https://www.infosaydesign.com/bleed-and-safe-zone-printing/)

สำหรับสินค้าประเภทอาหาร ควรตรวจข้อมูลที่ต้องแสดงบนฉลากตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนสั่งผลิตจริง โดยสามารถตรวจข้อมูลจาก [กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา](https://food.fda.moph.go.th/sb7/category/sb7-label) ซึ่งรวบรวมข้อกำหนดและกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงฉลากอาหาร

## Checklist ขอราคาฉลากสินค้า

หากต้องการให้โรงพิมพ์ประเมินราคาได้เร็วและเปรียบเทียบราคาได้ตรงกัน ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

- **ขนาด:** กว้าง × สูง หรือเส้นผ่านศูนย์กลาง
- **จำนวน:** จำนวนต่อแบบและจำนวน Artwork ทั้งหมด
- **วัสดุ:** หากไม่ทราบให้แจ้งลักษณะการใช้งานแทน
- **พื้นผิวที่จะติด:** ขวดแก้ว PET HDPE กระปุก ถุง หรือกล่อง
- **สภาพแวดล้อม:** แช่เย็น โดนน้ำ กลางแจ้ง หรือใช้งานทั่วไป
- **รูปทรง:** สี่เหลี่ยม วงกลม วงรี หรือตัดตามแบบ
- **งานเคลือบ:** ไม่เคลือบ ด้าน เงา หรือให้ร้านแนะนำ
- **เทคนิคพิเศษ:** ฟอยล์ หมึกขาว Spot UV หรืออื่น ๆ
- **Artwork:** ส่งไฟล์ตัวอย่างหรือไฟล์ต้นฉบับถ้ามี
- **กำหนดใช้งาน:** วันที่ต้องการรับสินค้า

การส่งข้อมูลครบตั้งแต่ต้นช่วยให้ผู้ผลิตประเมินวัสดุ ระบบพิมพ์ และราคาได้ใกล้เคียงงานจริงมากกว่าการถามเพียงว่า “สติ๊กเกอร์ 1,000 ดวงราคาเท่าไร?”

## สรุป ทำฉลากสินค้าราคาเท่าไร?

คำตอบคือ **ต้องดูสเปกของงานก่อนจึงจะประเมินราคาได้** โดยปัจจัยหลัก ได้แก่ ขนาดฉลาก วัสดุ จำนวน Artwork จำนวนผลิต รูปทรง การไดคัท การเคลือบ เทคนิคพิเศษ และระบบการผลิตที่เหมาะกับงานนั้น

หากต้องการควบคุมงบประมาณ ควรเริ่มจากเลือกวัสดุให้ตรงกับสภาพใช้งาน กำหนดขนาดให้พอดีกับบรรจุภัณฑ์ และผลิตจำนวนที่สัมพันธ์กับยอดใช้จริง ก่อนเพิ่มงานฟอยล์ เคลือบ หรือเทคนิคพิเศษตามภาพลักษณ์ของแบรนด์

ดังนั้นการเปรียบเทียบราคาที่ถูกต้องควรขอใบเสนอราคาจาก **สเปกเดียวกัน** ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อดวง เพราะฉลากที่ราคาต่างกันอาจใช้วัสดุ กาว ระบบพิมพ์ และงานหลังพิมพ์คนละแบบ

## ติดต่อเรา | ขอราคาฉลากสินค้า

หากต้องการประเมินราคาฉลากสินค้า สามารถส่ง **ขนาด จำนวน รูปบรรจุภัณฑ์ และไฟล์แบบที่มี** มาให้ Infosay Design ช่วยแนะนำวัสดุ รูปแบบการตัด และงานเคลือบที่เหมาะกับการใช้งานได้ หากยังไม่ทราบวัสดุ เพียงแจ้งว่าสินค้าต้องแช่เย็น โดนน้ำ ใช้กลางแจ้ง หรือใช้งานทั่วไป ทีมงานสามารถช่วยประเมินตัวเลือกเบื้องต้นให้เหมาะกับงบประมาณได้

## ติดต่อเรา | ปรึกษาเลย

- **สถานที่:** 37 บ้านเนินเขา ซอย 6 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- **Facebook:** [Infosay Design รับออกแบบและผลิตสติ๊กเกอร์ ป้าย งานพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์](https://www.infosaydesign.com/infosaydesignlink/4ac8u4j0o)
- **LINE:** [@infosaydesign](https://www.infosaydesign.com/infosaydesignlink/61dw44foah)
- **แผนที่:** [Infosay Design](https://maps.app.goo.gl/ZzrZPMqkovrbMJze7)
